Digital TV คือ โทรทัศน์ที่รับและแสดงสัญญาณภาพและเสียงในรูปแบบดิจิตอลผ่านเสาอากาศภาคพื้นดิน ซึ่งจะทำให้การรับชมภาพและเสียงที่มีคุณภาพที่ดีกว่าระบบอนาล็อกแบบเดิม และยังจะทำให้สามารถออกอากาศรายการฟรีทีวีได้มากช่องขี้น จากเดิมระบบอนาล็อกมีช่องฟรีทีวีจำนวน 6 ช่อง แต่หากเปลี่ยนมาเป็นระบบดิจิตอล ในเบื้องต้นจะมีช่องฟรีทีวีให้รับชมประมาณ 48 ช่อง โดย 24 ช่องเป็นของเอกชน และ อีก 24 ช่อง เป็นของรัฐบาล เช่น ช่องเพื่อการศึกษา และสามารถส่งช่องที่ส่ง HD 4 ในเบื้องต้น ในอนาคตทำให้ประเทศไทยเรา มีจำนวนช่องฟรีทีวีให้รับชมมากกว่าปัจจุบันหลายช่อง สามารถรับชมโทรทัศน์ด้วยความคมชัดแบบ HD หรือ Full HD ผ่านช่องฟรีทีวีได้ด้วย

ประเทศไทยเราเลือกส่งระบบ Digital TV แบบ DVB-T2 (Digital Video Broadcasting – Terrestrial 2nd generation) DVB-T2 เป็นมาตรฐานใหม่ของการส่งสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิตอล โดยการพัฒนามาจากระบบ DVB-T (Digital Video Broadcasting – Terrestrial ที่ใช้กันในทวีปยุโรปตั้งแต่ปี 1998) เพื่อทดแทนการออกอากาศระบบอนาล็อก โดยปรับปรุงนําเทคโนโลยีการผสมสัญญาณและเข้ารหัสแบบใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากกว่า DVB-T จำนวน 1.5 เท่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งข้อมูลสัญญาณดิจิตอลให้ได้มากขึ้นเท่าตัว ทำให้สามารถส่งสัญญาณความละเอียดสูงแบบ HD หรือ FULL HD ได้ ให้ภาพที่คมชัดและเสียงรอบทิศทางได้อย่างเสถียรและระยะส่งสัญญาณไกลมากขึ้น ซึ่งอังกฤษเป็นประเทศแรกที่แรกใช้ DVB-T2 ปัจจุบันมี 17 ประเทศที่พัฒนาอย่างสมบูรณ์แล้ว อีก 35 ประเทศกำลังเริ่มใช้เริ่มใช้ระบบนี้ รวมถีงประเทศในแถบอาเซียนด้วย ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย พม่า กัมพูชา บรูไน โดยประเทศในเขตอาเซียนทั้งหมดตกลงร่วมกันว่าจะระบบ DVB-T2

เราสมารถรับชมสัญญาณ แบบ Digital TV แบบ DVB-T2 ที่จะแพร่ภาพในประเทศไทยได้2 วิธีคือ

1.ใช้ทีวีที่มี Built-in Digital Tuner แบบ DVB-T2 (ถ้าเป็น Tuner แบบ DVB-T ใช้รับสัญญาณไม่ได้)

2. ใช้ Set Top Box (STB หรือ กล่องรับสัญญาณ) ในการรับสัญญาณ ซึ่งต้องเป็น STB ที่รับสัญญาณของ DVB-T2 เท่านั้น

ดังนั้นไม่ว่าเราจะมีทีวีรุ่นเก่าแค่ไหน เป็นทีวีแบบจอตู้ LCD, LED, Plasma, Smart TV หรือ 3D ทีวีก็สามารถรับชม Digital TV ได้ทั้งนั้นเพราะตัว STB จะช่วยแปลงสัญญาณ แล้วส่งสัญญาณที่แปลงแล้วเข้าไปสู่ทีวี